3.สิ่งที่ไม่รู้ไม่ได้ สำหรับคนเตรียมจะซื้อที่นอน

         ในแต่ละวัน เราจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ไปกับการพักผ่อน คลายอิริยาบถ เก็บแรงไว้สำหรับวันพรุ่งนี้ เพราะฉะนั้น ที่นอน จึงเป็นของใช้ที่เราต้องอยู่กับมัน ต้องสัมผัสมันทุกวันแน่นอน แล้วก็เป็นอะไรที่เราต้องการ เรียกร้องหามากๆ เวลาเราเหนื่อยมาทั้งวัน ก็อยากจะเอนกายลงบนที่นอน แล้วก็หลับพักผ่อน…แต่!!! ถ้าที่นอนมันสร้างปัญหาให้กับการนอนขึ้นมาล่ะ คุณยังจะแฮปปี้ไหม?

 

กับเรื่องของการนอนแล้ว หลายคนมักเจอปัญหาเหล่านี้…

 

อยากนอน แต่เอนตัวลงนอน แล้วนอนไม่หลับ

 

ปวดหลังเมื่อยตัว ทุกครั้งหลังตื่นนอน

 

ตื่นอยู่เป็นประจำ เมื่อคนนอนข้างๆ พลิกตัว หรือขยับตัว

 

นอนๆไปแล้วปวดไหล่ เลยพาให้หลับไม่ลง

 

ปัญหาพวกนี้มันเกิดขึ้นได้กับทุกคนถ้าเกิดเราเลือกที่นอนไม่ดีพอ หรือไม่เหมาะกับสรีระ และลักษณะการนอนของแต่ละคน แต่ละครอบครัวไงล่ะคะ

 

แล้วควรเลือกซื้อที่นอนอย่างไร มีอะไรบ้างที่ควรรู้

 

 

 

                              การเลือกซื้อที่นอนมันไม่ใช่ว่าเราจะเลือกที่นอนแพงๆ แล้วดีแน่นอน มันไม่ใช่!! หรือลองนอนแล้วนุ่มมาก เลยเลือกซื้ออันนี้แหละ โดยที่หารู้ไม่ว่ามันอาจสร้างปัญหาให้เราภายหลัง และเชื่อเถอะว่าที่นอนหนึ่งหลัง มันไม่ใช่ว่าเราอ่านสเปคที่นอนของแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น แล้วก็สามารถตัดสินใจได้เลย แต่มันต้องดูหลาย ๆ อย่างทั้งความรู้สึก โครงสร้าง วัสดุ การเอนรับหลัง ดูสรีระของเราและดูความกระชับของที่นอนที่มีต่อร่างกาย เพราะฉะนั้นเมื่อการเลือกที่นอนเป็นเรื่องละเอียดขนาดนี้ เราก็เลยมีการลิสต์ 5 สิ่งสำหรับการเลือกซื้อที่นอนใหม่ ที่คุณจะไม่รู้ไม่ได้ มาฝากกันค่ะ

 

1. ที่นอนนุ่มไม่ดีเสมอไป

 

เชื่อเลยว่าไม่ว่าใครก็อยากได้ที่นอนนุ่มๆ แต่หารู้ไม่ว่า ที่นอนที่นุ่มจนเกินไป มันมีความยุ่งยากตามมา เช่น ที่นอนเป็นหลุมง่าย นอนไปสักพักปวดหลัง หรือบางเตียงนอนสองคน พลิกตัวแล้วคนที่นอนข้างๆ ตื่น

ที่นอนที่ดี จริงๆ แล้วจะต้องมีความนุ่มและความหนาแน่นเท่ากันทั้งหมดทุกส่วนของที่นอน ถ้าก่อนซื้อเรามีโอกาสได้ลองนอน ควรจะเทสให้รู้เลยว่าไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งของที่นอนนิ่ม จนยวบมากเกินไป ยกตัวอย่าง เช่น เมื่อเรานั่งลงไปบนที่นอน จะต้องไม่นิ่มยวบลงไปมากจนเกินไป

 

ที่นอนที่ดีคือเวลาเรานอนลงไปแล้วจะต้องเต็มหลัง โดยการอาจจะทดลองนอน แล้วเอามือสอดตรงแผ่นหลังดู ที่นอนที่สอดมือเข้าไปแล้วเต็ม ไม่มีช่องว่าระหว่างระกายกับที่นอน เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการซื้อที่นอนใหม่

 

2. เลือกที่นอนแบบไหนดี ที่นอนแล้วไม่ปวดหลัง

 

เรื่องของอาการปวดหลังจากการนอนนั้น เกี่ยวกับที่นอนโดยตรง ซึ่งโครงสร้างของที่นอนนั้นมีผลอย่างมาก ที่อาจส่งผลต่อร่างกายเวลานอน ซึ่งอาการปวดหลังที่เกิดขึ้นมักเกิดจากที่นอนมีความหนาแน่นไม่เท่ากัน ใช้ไปนานๆ กลายเป็นหลุม เลยทำให้หลังของเรา รับน้ำหนักร่างกายมากเกิน เมื่อสะสมเป็นระยะเวลายาวนาน ก็เลยทำให้ปวดหลัง

 

ถามว่าแล้วเราควรเลือกที่นอนแบบไหน?… ที่นอนที่เหมาะจะนอนแล้วไม่ปวดหลัง ก็คือที่นอนยางพารา ซึ่งมีความหนาแน่นเท่ากัน แต่ที่นอนยางพารานั้นจะมีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งที่นอนอีกประเภทที่เป็นทางเลือกที่น่าสนใจก็คือ ที่นอนสปริง ที่แม้ว่าจะมีราคาที่ต่ำกว่าที่นอนยางพารา แต่ตัวโครงสร้างของมันก็มีความหนาแน่นไม่ต่างกัน แถมยังมีความยืดหยุ่นและการคืนตัวที่ดีกว่าด้วยซ้ำ เพราะสปริงที่อยู่ในที่นอนจะรองรับสรีระได้ดีกว่า เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบนอนตะแคงเพราะสปริงจะยุบตัวลงไปไม่กดทับ จึงไม่ปวดไหล่ ปวดหลังเวลานอน

 

3. ที่นอนยี่ห้อดีๆ ใช้ทนเกิน 10 ปี ไม่มียวบ

 

บอกเลยว่า ถ้าคุณเลือกที่นอนยี่ห้อดี ๆ โครงสร้างทน ๆ คุณไม่มีทางได้เสียเงินซื้อที่นอนใหม่ในช่วง 10-20 ปี เพราะว่ามันพังแน่ ดูอย่างบางบ้าน เชื่อไหมว่าที่นอนใช้มาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่ก็ยังทนทานดี ไม่มียวบ หรืออย่างตามโรงแรมนี่ก็ที่นอนทนมาก จากประสบการณ์การผลิตที่นอนของเรานั้น นานหลาย 10 ปี ถึงจะเปลี่ยนใหม่ ทั้งที่แขกเข้าพักไม่เว้นวัน

 

ถ้าคุณอยากได้ที่นอนที่ทนทานแบบโรงแรมบ้าง สิ่งสำคัญที่คุณต้องดูคือโครงสร้างของที่นอน ซึ่งมี 3 ส่วนหลักๆ คือ

 

ส่วนรับน้ำหนัก นั้นคือวงสปริง ที่คุณต้องเลือกที่นอนที่มีวงสปริงแข็งแรง คงทน แต่ยืดหยุ่น มีคุณภาพของลวดที่ดี เส้นผ่าศูนย์กลางลวดนั้นรองรับน้ำหนักการใช้งานได้เพียงพอ และควรตรวจสอบเรื่องการพับงอได้ของที่นอนด้วย มันเป็นเรื่องจำเป็น

ส่วนให้ความสบาย ส่วนนี้คือส่วนที่เป็นวัสดุที่ประกบวงปริง โดยสิ่งที่ต้องคำนึงถ้าอยากได้ที่นอนทนๆ ก็คือคุณภาพฟองน้ำต้องดีเยี่ยม แน่นอนว่าสำหรับ ที่นอน Darling แล้วได้คุณภาพ ความนุ่มกำลังดี มีความแน่นเท่ากันทุกส่วน รับรองว่า “ทน ทุก ท่า” แน่นอน!

ส่วนผ้าหุ้ม ส่วนนี้มองข้ามไม่ได้ เพราะผ้าหุ้มของยี่ห้อดีๆ จะมีคุณสมบัติไม่ลามไฟ ต่อต้านตัวเรือดได้ หรือบางรุ่นก็สามารถป้องกันไรฝุ่นได้ด้วย อย่างเช่นของ ที่นอน Darling ที่มีคุณสมบัติไม่ลามไฟ จึงใช้ทน ใช้นาน แล้วก็ยังเป็นตัวผ้าสะท้อนน้ำ มีระบบป้องกันไรฝุ่น และตัวเรือดด้วยค่ะ

4. ขนาดที่นอน เลือกอย่างไรถึงเหมาะสม

 

เราต้องดูเรื่องขนาดที่นอนให้ดี เลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งที่นอนนั้นมีหลายขนาด ถ้านอนคนเดียว เป็นเตียงเดี่ยวขนาดระหว่าง 3.5 ฟุต และ 4 ฟุต ก็พอไหว

 

แต่ถ้านอน 2 คนขึ้นไป ก็เลือกเป็นเตียงคู่ ซึ่งจะมีขนาดให้เลือกอยู่เยอะ ตั้งแต่ 5 ฟุต 6 ฟุต ขึ้นไป ยิ่งที่นอนกว้างก็ยิ่งมีพื้นที่พลิกตัวได้มากขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องคำนวณขนาดห้องนอนด้วยว่ามีพื้นที่ใช้สอยมากน้อยแค่ไหน ไม่เช่นนั้นถ้าวางเตียงและที่นอนเต็มห้อง ก็คงไม่สะดวกแน่

 

5. ที่นอนราคาถูกสุด และบริการดี มีอยู่จริง

 

ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าเราจะซื้อที่นอนนั้นเราก็จะไปเดินตามห้างร้านเฟอร์นิเจอร์ ไปเดินโฮมโปร ซึ่งก็จะมีที่นอนหลายยี่ก้อให้ทดลองนอน ให้เลือกมากมาย อย่างที่นอน Darling เองก็มีวางขายในโฮมโปรเช่นกัน และหลายคนก็เลือกที่จะไปเดินดูแล้วตัดสินใจซื้อ เบ็ดเสร็จพร้อมบริการส่งถึงบ้าน

 

แต่ถ้าเกิดอยากได้ที่นอนที่ราคาถูกกว่าแล้วล่ะก็ คุณสามารถซื้อโดยตรงก็ได้เช่นกัน มีหลายยี่ห้อ หลายแบรนด์เครื่องนอนมากที่เขามีให้เราเข้าไปเลือกดู เลือกซื้อได้ถึงโรงงาน เราก็จะได้ราคาที่คุ้มค่าแน่นอน หรือ!! ถ้าไฮเทคกว่านั้น ตอนนี้ Darling เองมีให้สั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ได้แล้วในหลายรุ่น คุณสามารถดูราคา และสั่งซื้อได้ในราคาพิเศษ มีบริการจัดส่งให้ แต่ถ้าใครคิดว่าอยากลองไปนอนดูก่อน ก็ไปที่โฮมโปรได้เช่นกัน แล้วแต่ความสะดวกเลยค่ะ

 

ที่นอน 1 หลังไม่ใช่ว่า แข็ง หรือ นุ่ม หรือแพงที่สุด แล้วจะทนทาน ใช้ดี นอนลงไปแล้วไม่ปวดหลัง แต่เราต้องฉลาดเลือกที่นอนที่ดีที่เหมาะกับเรา จากยี่ห้อที่ดี มีวัสดุและโครงสร้างที่ได้มาตรฐาน เพื่อความคุ้มค่ากับการจ่ายเงินซื้อที่นอนใหม่นะคะ

 


 
Visitors: 230,236