24.ข้อควรระวัง สำหรับการนอนหงาย หากไม่อยากป่วยหนัก ต้องอ่านด่วน!

เมื่ออายุคนเรามากขึ้นร่างกายย่อมอ่อนแอลงไปเป็นเงาตามตัว โดยเฉพาะเรื่องของอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ซึ่งมักจะจบลงด้วยการกินยาหรือพบแพทย์ ซึ่งก่อนที่จะไปถึงขั้นนั้น เราควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนเสียก่อน โดยเฉพาะท่าทางในการนอนหงายซึ่งถือเป็นท่าที่เหมาะสมและเป็นธรรมชาติต่อร่างกายมากที่สุด แต่ก็มีข้อแม้ที่ควรระวังเช่นกัน


การนอนหงายตามธรรมชาติของร่างกาย

การนอนหงายถือเป็นท่าทางการนอนตามธรรมชาติที่ดีและเหมาะสมกับร่างกายมากที่สุด เพราะน้ำหนักตัวจะกระจายไปทั้งแผ่นหลัง ไม่ทำให้เกิดการกดทับที่บริเวณใดบริเวณหนึ่งมากจนเกินไป อีกทั้งกระดูกสันหลังจะอยู่ในลักษณะแนวตรง ไม่เกิดการบิดเบี้ยว ซึ่งการนอนหงายที่ถูกต้องควรจะต้องมีหมอนหนุนไว้ใต้ข้อเข่าด้วย เพื่อให้ข้อสะโพกงอเล็กน้อย


อีกทั้งการนอนหงายควรใช้หมอนต่ำไม่สูงมากจนเกินไป เพื่อให้ส่วนของต้นคออยู่ในแนวเดียวกับลำตัว เพื่อป้องกันการปวดคอ และการหนุนหมอนนอนมากกว่าหนึ่งใบ จะทำให้คอก้มโน้มมาข้างหน้าเป็นต้นเหตุของอาการปวดคอได้ และไม่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อน เพราะจะเป็นการเพิ่มแรงดันในช่องท้องได้


ผู้ที่ต้องระวังการนอนหงาย

1.ผู้ป่วยโรคปอด


เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อกระบังลมที่คั่นระหว่างช่องอกและช่องท้อง เกิดการกดทับเนื้อปอดเป็นเหตุให้หายใจลำบาก แต่สามารถแก้ไขได้โดยการยกส่วนบนของร่างกายให้สูงขึ้นในลักษณะครึ่งนอนครึ่งนั่ง อาจจะใช้หมอน 2 – 3 ใบวางหนุนรองหลังไว้หรือยกพื้นเตียงส่วนบนให้สูงขึ้นพอประมาณ


2.ผู้ป่วยโรคหัวใจ


โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความเสี่ยงภาวะหัวใจล้มเหลว หรือหัวใจวาย ไม่สามารถนอนราบได้เนื่องจากระบบการสูบฉีดโลหิตออกจากห้องหัวใจมีประสิทธิภาพต่ำ ก่อให้เกิดอาการหอบและหายใจติดขัด อีกทั้งผู้ป่วยโรคหัวใจจึงมักต้องลุกขึ้นนั่งหรือยืนในระหว่างกลางคืนเพื่อที่การหายใจที่ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น


3. ผู้ที่มีอาการปวดหลังเรื้อรัง


เพราะการนอนหงายในท่าราบจะทำให้อาการปวดหลังรุนแรงขึ้น ดังนั้นในขณะที่นอนควรใช้หมอนหนุนรองใต้โคนขาหรือวางพาดขาทั้งสองไว้บนเตียงนอน รวมทั้งควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการช่วยบริหารกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรง ลดการเกร็งตัวและบรรเทาอาการปวดหลังได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ผู้ที่มีอาการปวดหลัง การนอนหงายในท่าราบจะทำให้อาการปวดรุนแรงขึ้นด้วย


1459410337_dorsal_pain1

image source


ซึ่งอาการปวดหลังสามารถแบ่งได้ 3 ลักษณะใหญ่ๆ ดังนี้

1. ปวดเฉพาะบริเวณหลัง


อาจมีสาเหตุมาจากการอักเสบและติดเชื้อในกระดูกสันหลัง ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจทำให้เกิดการหลังค่อม เป็นอัมพาตได้ หรืออาจเกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อจากการทำงานในลักษณะที่ผิดธรรมชาติ เช่น ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ มีเนื้องอกที่กระดูกสันหลังหรือไขสันหลัง เกิดการเสื่อมเพราะความแก่ชราจึงส่งผลต่อกระดูกข้อต่อและหมอนรองกระดูกสันหลัง เป็นต้น


2. ปวดหลังจนลุกลามไปส่วนอื่นของร่างกาย


ถ้าหากสะโพกทั้ง 2 ข้างหรือข้างใดข้างหนึ่ง เกิดอาการปวดจนลามขึ้นมาถึงบริเวณสันหลังและส่วนอื่นของร่างกาย อาจมีสาเหตุมากจากความเสื่อมของหมอนรองกระดูกสันหลังและข้อต่อ ทำให้เกิดภาวะการกดทับเส้นประสาท .ซึ่งในรายที่มีอาการรุนแรง อาจมีอาการชาและขาอ่อนแรงร่วมด้วย ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาโดยเร็ว จะส่งทำให้หลังคด ก้มหลังไม่ได้จนทำให้เกิดการเดินตัวเอียง


3. ปวดหลังจากโรคบางชนิด


มีสาเหตุการเกิดจากโรคบางชนิดจนส่งผลทำให้เกิดปวดหลัง ได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่ โรคกระเพาะอาหารอักเสบ โรคไต โรคเกี่ยวกับสตรีบางชนิด เป็นต้น ซึ่งการรักษาทำโดยการพบแพทย์เพื่อรักษาโรคดังกล่าวให้หายขาด ซึ่งอาการปวดหลังที่เกิดขึ้นในระหว่างเจ็บป่วยจากโรค ก็จะหายไปด้วยเช่นกัน


ที่นอน Sleep Guard by Darling Deluxe

เป็นนวัตกรรมใหม่ ที่ทำให้ที่นอน มีคุณสมบัติต่อต้นการเกิดไรฝุ่น สารก่อภูมิแพ้ เชื้อรา และแบคทีเรียอย่างสิ้นเชิง ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีการผลิตด้วยเส้นใยอัจฉริยะ ที่เรียกว่า Amicor Pure ที่ได้รับการพัฒนาและวิจัยจากประเทศอังกฤษ ผ่านการรับรองจาก FDA ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเส้นใยนี้เป็นส่วนของชั้น Comfort Layer ที่ปกป้องที่นอนจากไรฝุ่นต่างๆ ตลอดอายุการใช้งาน ที่นอนจึงดูใหม่และสะอาดอยู่เสมอ


149156417_f902c0f787-1024x576

image source


อีกทั้ง ที่นอนถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการนอนหลับพักผ่อน ตอบรับน้ำหนักและการเคลื่อนไหวของร่างกายอย่างดีเยี่ยม วงสปริงผ่านการอบความร้อนสูง มีความยืดหยุ่นอย่างมาก


สุขภาพร่างกายเป็นเรื่องสำคัญที่ควรดูแลเอาใจใส่อย่างมาก โดยเฉพาะการหลับนอนเพราะช่วงเวลาในชีวิตถึง 1 ใน 3 หมดไปกับการนอน ถ้าหากที่นอนไม่ได้คุณภาพ ไม่เหมาะสมกับโครงสร้างสรีระร่างกายของเรา ผลร้ายที่ตามมาย่อมคือความเจ็บป่วยอย่างแน่นอน


ลิขสิทธิ์บทความของ ที่นอน Darling

ผู้จัดจำหน่าย ที่นอนดาร์ลิ่ง ผ่านการทดสอบจาก จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย 

และสถาบัน Asian Institute of Technology (AIT) 


 

inShare


Visitors: 230,236