32.ดูแลจัดการ 4 สิ่งแวดล้อมภายในบ้าน เพื่อสุขลักษณะที่ดีของที่อยู่อาศัย ตอนที่ 1

เมื่อเราตัดสินใจจะสร้างบ้านหรือซื้อบ้านสักหลัง ส่วนใหญ่มักจะนึกถึงปัจจัยหลักต่างๆ เช่น งบประมาณ ความสวยงาม รูปแบบและการใช้งานเป็นต้น ซึ่งในบางคนอาจมีความต้องการมากไปกว่านั้น เช่น จะต้องเป็นบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ต้องประหยัดพลังงาน ต้องดูแลรักษาง่าย แต่สิ่งที่จะเราจะมองข้ามไม่ได้เลยก็คือ จะทำอย่างไรถึงจะได้บ้านที่ส่งเสริมเรื่องของสุขภาพกาย และสุขภาพใจของผู้อยู่อาศัยได้อยู่ดีมีสุข


สำรวจคุณภาพสิ่งแวดล้อมในบ้าน

สิ่งแวดล้อมภายในบ้าน หมายถึง สภาพแวดล้อมต่างๆ ที่อยู่ในตัวบ้านที่มีผลต่อการใช้ชีวิต สุขภาพร่างกายและจิตใจของคนที่อยู่ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น แสงสว่างในตัวบ้าน กลิ่นต่างๆ ที่อยู่ในบ้าน อากาศที่อยู่รอบๆ ตัวเรา การออกแบบตัวอาคาร การจัดวางพื้นที่ใช้สอยในบ้านที่มีผลต่อการใช้ชีวิต ฯลฯ และเพื่อสำรวจคุณภาพสิ่งแวดล้อมในบ้านแบ่งออกเป็น 4 ด้าน คือ


1. สิ่งแวดล้อมด้านอากาศ


เลือกใช้วัสดุหรือเฟอร์นิเจอร์ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ

สิ่งที่เรามองไม่เห็นอาจทำให้เราเจ็บป่วยได้ เช่น สารเคมี เชื้อรา ไรฝุ่น เป็นต้น หลักในการเลือกซื้อวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ที่ปลอดภัยกับสุขภาพง่ายๆ มีดังนี้


เป็นวัสดุที่ไม่ปล่อยสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (VOC)


โดยวัสดุตกแต่งบ้านหรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ควรเลือกประเภทที่มีการรับรองว่าปลอดภัยจากสารได้จริงๆ เพราะถ้าเราสูดดมเข้าสู่ร่างกาย นานไป อาจจะก่อให้เกิดโรคร้ายกับเราได้ ทั้งนี้สามารถตรวจสอบสินค้าได้จากข้อมูลที่ระบุไว้ข้างบรรจุภัณฑ์ ว่าวัสดุชิ้นนั้นมีตรามาตรฐานรับรองความปลอดภัย หรือสอบถามจากเจ้าหน้าที่ขายสินค้าและถ้าเป็นไปได้อย่าลืมขอดูใบรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้วย


Romantic-Bedroom-Decor-Ideas-With-Rose-Wallpaper-Theme

image source


ไม่เก็บฝุ่นและสะสมความชื้น


โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ที่มีส่วนประกอบของเส้นใย หรือผ้า เช่น พรม ผ้าม่าน และที่นอน เพราะฝุ่นและความชื้นทำให้เราเกิดโรคภูมิแพ้ระบบต่างๆได้ หากเป็นไปได้ ควรเลือกวัสดุที่สามารถถอดซัก หรือเป็นวัสดุที่สามารถป้องกันการเกิดเชื้อราและไรฝุ่นได้ เช่น ที่นอนที่ทำจากยางพาราเนื่องจากคุณสมบัติเฉพาะตัวของที่นอนยางพารา เป็นที่นอนที่สามารถป้องกันไรฝุ่นและทำความสะอาดได้ง่ายจึงมั่นใจได้เลยว่าไม่มีการเกิดเชื้อราและการสะสมของไรฝุ่นที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพนั้นเอง


มีค่ากันไฟและไม่ลามไฟตามมาตรฐานกำหนด


วัสดุปิดผิวทางเดินในอาคารต้องอยู่ใน class 1-2 ที่สำคัญต้องตรวจสอบด้วยว่า วัสดุตัวนั้นหากเกิดการเผาไหม้จะปล่อยสารหรือควันที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของเราหรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาการสูดดมควันพิษจากการเผาไหม้


ลดปริมาณฝุ่นที่เข้ามาหรืออยู่ในตัวบ้าน


มีวิธีจัดการได้ดังนี้ เช่น ใช้พรมดักฝุ่นวางไว้ตรงประตูทางเข้า เป็นการกรองฝุ่นจากเท้าเราอีกชั้นหนึ่งก่อนที่จะเข้าบ้าน ถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้านเพื่อฝุ่นที่ติดมากับรองเท้าจะได้ไม่เข้ามาในบ้าน พร้อมทั้งหาตู้เก็บรองเท้ามาไว้นอกบ้าน หมั่นทำความสะอาดซอกเล็กซอกน้อยของบ้าน เพราะซอกหลืบเหล่านี้คือที่อยู่อย่างดีของฝุ่นละอองต่างๆ


ลดและป้องกันมลพิษจากภายนอกเข้าสู่ตัวบ้าน


สังเกตรอบๆ บ้านดูว่า มีต้นไม้ที่ปลูกเป็นผนังช่วยกรองฝุ่นละอองที่อาจจะปลิวมากับลมหรือไม่ ถ้าไม่มีลองหาต้นไม้ที่สามารถดักจับฝุ่นละอองมาปลูกในทิศทางที่ลมพัดเข้าสู่ตัวบ้าน ต้นไม้ที่สามารถดักกรองฝุ่นละอองในอากาศได้ เช่น ต้นหูกระจง หรือต้นอโศก ทั้งนี้ฝุ่นละอองหรือมลพิษที่เข้าสู่ตัวบ้านยังสามารถเข้ามาได้ผ่านรถยนต์ที่คุณนำมาจอดไว้ใกล้ตัวบ้านได้อีกด้วย ซึ่งเมื่อขับรถเข้ามาจอดหรือสตาร์ทรถในตอนเช้า ฝุ่นละออง ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์จากท่อไอเสีย ก็จะฟุ้งกระจายอยู่ในบริเวณนั้นและเล็ดลอดเข้าสู่ตัวบ้านผ่านช่องโหว่ต่างๆ


ไม้เลื้อยทำซุ้มหลังคา-005-ต้นสร้อยอินทนิล

image source


ลองหาต้นพลูด่าง หงอนไก่ ชบา เฟื้องฟ้า มาปลูกในบริเวณที่จอดรถก็จะช่วยดักจับ ดูดซับคาร์บอนมอนนอกไซด์จากท่อไอเสียได้ ซึ่งต้นไม้เหล่านี้มีการวิจัยจากประเทศอินเดียออกมาแล้วว่า สามารถดูดซับควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ได้มากกว่า 21%


การดูแลสิ่งแวดล้อมภายในบ้านและนอกบ้านยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ตอนหน้าเรายังมีสาระหน้ารู้เรื่องคุณภาพด้านต่างๆ มาแนะนำเพิ่มเติมอีก พื่อให้คุณและคนในครอบครัวมีสุขภาพพลานามัยที่ดีนั้นเอง


ลิขสิทธิ์บทความของ ที่นอน Darling

ผู้จัดจำหน่าย ที่นอนคุณภาพเยี่ยม ผ่านการรับรองจาก FDA ประเทศอเมริกา 

นุ่มสบายตลอดคืน ด้วยระบบ The Posture Care


 

inShare


Visitors: 223,753