42.มารู้จักการดูแลกระดูกสันหลังให้แข็งแรง ด้วยท่าทางการนอนที่เหมาะสม

                  ในสภาวะปกติของคนเรา เมื่ออยู่ในวัยทำงานและวัยที่มีอายุเพิ่มมากขึ้น กระดูกเราจะมีทั้งการสร้างและการทำลายเนื้อกระดูกไปพร้อมๆ กันตลอดเวลา โดยอัตราการสร้างและการทำลายจะมีพอๆ กัน จึงอยู่ที่ความสมดุลของร่างกายและสภาวะบางอย่างที่กระตุ้นให้เกิดการทำลายเนื้อกระดูก และทำให้การสร้างลดลง เป็นปัจจัยให้กระดูกบางโดยเฉพาะในคนสูงวัยที่สุดท้ายแล้วกระดูกนั้นอาจหักหรือทรุดลงได้ง่าย

 

การดูแลสุขภาพหลังให้แข็งแรงไม่เจ็บป่วย

รู้จักกับกระดูกสันหลัง

                    กระดูกสันหลัง ประกอบไปด้วย กระดูกคอ ทรวงอก เอว และก้นกบ เรียงต่อกันลงมามีลักษณะทั้งแอ่นและโค้งตามลำดับ หักลบกันแล้วจะเป็นเส้นตรง โดยส่วนที่สามารถสึกหรอง่ายที่สุดคือกระดูกส่วนคอ เพราะสามารถเคลื่อนไหวได้ทุกทิศ รองลงมาคือกระดูกส่วนเอว เพราะใช้ในการเคลื่อนไหวมากเช่นกัน ส่วนที่สึกหรอน้อยที่สุดคือ กระดูกทรวงอก เนื่องจากไม่สามารถเคลื่อนไหวอะไรได้มากนั่นเอง

 

ลักษณะของหมอนรองกระดูก

                     มีลักษณะประกบกันเฉยๆ โดยมีตัวยึด 4 จุด ตัวที่ยึดนี้เรียกว่า ข้อ ตรงกลางหมอนรองกระดูกเป็นศูนย์รวมประสาท เส้นประสาทจะโผล่ออกมาตามข้อเพื่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย หมอนรองกระดูกจะสึกไปเรื่อยๆ ตามอายุ ถ้าตลอดชีวิตสึก 4 ซม. ถือว่าปกติ เช่นสูง 170 พอแก่อายุ 70-80 ปี ความสูงลดลงเหลือ 166 ถือว่าเป็นไปตามธรรมชาติ แต่ถ้าเตี้ยลงปีละ 1 ซม. ถือว่าเป็นโรคกระดูกผุ หญิงวัย 55 ปีขึ้นไป กระดูกจะทรุดลงตามธรรมชาติ ตัวก็จะเตี้ยลง และพุงเริ่มยื่น

 

การปรับเปลี่ยนท่านอนที่เหมาะสม

           ท่านอน

                      ต้องเหมือนกับคนยืนตรง เวลานอนให้ใช้หมอนหนุนคอ จงจำไว้ว่าหมอนมีไว้หนุนคอ ไม่ใช่หนุนหัว หมอนที่ดีมีลักษณะตรงกลางบางกว่าซ้ายและขวา หากไม่มีหมอนจะใช้ผ้าขนหนูม้วนเป็นแท่ง แล้วรองหนุนคอให้พอดีนอกจากนี้ที่นอนที่ดีควรมีความยืดหยุ่นสูง ไม่นิ่มหรือแข็งจนเกินไป เมื่อใช้ไปในระยะเวลานานๆ มีการยุบตัวน้อยที่สุดไม่ทำให้หลังจมอยู่ในที่นอน อันเป็นสาเหตุทำให้กระดูกสันหลังแอ่น และปวดหลังได้ ที่นอนที่เหมาะกับสรีระของร่างกายคือ ที่นอนยางพารา และที่นอนสปริง เพราะเป็นที่นอนที่มีการคืนตัว สามารถรองรับสรีระทุกส่วนของร่างกายได้ดี

 

               การนอนคว่ำ

                         เป็นท่านอนที่ไม่เหมาะสมกับธรรมชาติของร่างกายสักเท่าไรนัก เพราะเราต้องบิดลำคอไปด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งทำให้กระดูกสันหลังบริเวณช่วงคอเกิดการตึง และอาจทำให้เกิดอาการล็อกหรือที่เรียกว่า คอตกหมอนนั้นเอง โดยในระยะยาวการนอนคว่ำหน้าทำให้ข้อกระดูกเกิดการกดทับเส้นประสาท จนกลายเป็นอาการปวดคอปวดศีรษะแบบเรื้อรัง และมีโอกาสที่ข้อต่อกระดูกเสื่อมเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้กระดูกสันเกิดการแอ่นตัว ปวดหลังที่ระดับเอวมากขึ้น และกระดูกเอวและคอเสื่อม

 

 

              นอนตะแคง

                เป็นท่าที่จะช่วยให้หัวใจเต้นสะดวกที่สุด และอาหารจากกระเพาะอาหารสามารถถูกบีบลงลำไส้เล็กได้เป็นอย่างดี ไม่คั่งค้างอยู่ในกระเพาะอาหารนานจนเกินไป เป็นท่านอนที่ช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้ค่อนข้างดีอีกด้วย นอกจากนี้ท่านอนตะแคงซ้ายหรือขวา สามารถช่วยลดเสียงกรนสำหรับผู้ที่กรนจากการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ลิ้นไก่ยาว โคนลิ้นหนา ต่อมทอนซิลโตมาก หรือโพรงจมูกอุดตัน

 

               ท่านอนตะแคงขวา

               เป็นท่านอนที่ดีที่สุด เมื่อเทียบกับท่าอื่น โดยเฉพาะหากได้งอเข่าข้างหนึ่ง และมีหมอนข้างกอดไว้ หรือจะงอเข่าทั้งสองข้างก็ได้ สำหรับหมอนที่ใช้หนุนในท่านี้ควรมีความหนามากพอที่จะให้ศีรษะอยู่ในแนวเดียวกันกับลำตัว หากใช้หมอนเตี้ยเกินไป ศีรษะจะเอียงลงหรือหาหมอนที่มีความสูงเท่าหรือใกล้เคียงกับระยะจากระดับด้านข้างของศีรษะไปถึงแนวระดับไหล่ เมื่อหนุนแล้ว จึงทำให้แนวของกระดูกสันหลังส่วนคออยู่ในแนวเดียวกับกระดูกสันหลังส่วนอกและส่วนเอว

 

                    ท่านอนตะแคงซ้าย

                     เป็นอีกท่าหนึ่งที่ช่วยลดอาการปวดหลังได้แต่ควรนอนกอดหมอนข้าง และพาดขาไว้ด้านบนเพื่อป้องกันอาการชาที่ขาซ้ายจากการนอนทับเป็นเวลานาน แต่มีข้อเสียคือทำให้หัวใจทำงานลำบากขึ้นและอาหารในกระเพาะที่ยังย่อยไม่หมดเกิดการคั่งค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดลมจุกเสียดตีขึ้นบริเวณลิ้นปี่

 

                    ท่านอนหงาย

                     โดยปกติแล้วการนอนหงายเป็นท่านอนที่คนปกตินิยมนอน ข้อดีคือต้นคอจะอยู่ในแนวเดียวกับร่างกาย ถ้าไม่หนุนหมอน หรือใช้หมอนต่ำ แต่ถ้าใช้หมอนสูง 2-3 ใบ จะทำให้คอก้มมาข้างหน้าอาจทำให้ปวดคอได้ ในท่านอนหงายกะบังลมที่คั่นระหว่างช่องอกและช่องท้องจะทับอยู่บนปอด ทำให้การหายใจค่อนข้างลำบากเมื่อเทียบกับท่านั่ง จึงไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคปอด ซึ่งควรหลีกเลี่ยงโดยให้ยกส่วนบนของร่างกายให้สูงขึ้นในลักษณะครึ่งนอนครึ่งนั่ง คือ ให้ใช้หมอน 2-3 ใบวางรองด้านหลังไว้ หรือยกพื้นเตียงส่วนบนให้สูงขึ้น

 

                    ท่านอนคุดคู้

                    ท่านอนคุดคู้เป็นท่านอนตะแคงแต่ขดตัว ลักษณะคือ มีการก้มศีรษะ โก่งหลัง งอสะโพก และงอเข่าเข้าหาตัว คล้ายกับทารกในครรภ์ เป็นอีกท่านอนที่สบายตัวที่สุด เพราะได้ปล่อยร่างกายไปตามอิสระ แต่หารู้ไม่ว่า เมื่อนอนท่านี้นานๆ เป็นการทำร้ายกระดูกสันหลังของเราโดยไม่รู้ตัว เพราะการก้มคอ จะทำให้กล้ามเนื้อส่วนคอตึงจนเกิดการอักเสบ ทำให้มีอาการปวดคอ และทำให้ปวดหลังมากขึ้นเรื่อยๆจนไปเพิ่มแรงดันภายใน ทำให้เกิดภาวะหมอนรองกระดูกอักเสบได้ หากนอนท่านี้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ ในที่สุดอาจก่อให้เกิดปัญหาหมอนรองกระดูกคอเคลื่อน และกระดูกยังงออีกด้วย

 

                    เพราะการนอนนั้นสำคัญต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีอาการปวดหลังควรได้รับการนอนที่เหมาะสมและท่าที่ถูกต้อง และเพื่อลดอาการปวดหลังดัวกล่าว ควรออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอีกด้วย

 

ลิขสิทธิ์บทความของ ที่นอน Darling

ผู้จัดจำหน่าย ที่นอนดาร์ลิ่ง เส้นใยอัจฉริยะ Amicor Pure 

วิจัยพัฒนาและจากประเทศอังกฤษ ป้องกันไรฝุ่น แบคทีเรีย และเชื้อรา

 
  
 
Visitors: 242,901