33.ดูแลจัดการ 4 สิ่งแวดล้อมภายในบ้าน เพื่อสุขลักษณะที่ดีของที่อยู่อาศัย ตอนที่ 2

จากตอนที่แล้วเราได้แนะนำการดูแลบ้านในด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางอากาศวิธีต่างๆกันไปแล้ว วันนี้ยังมีการดูแลบ้านในเรื่องของคุณภาพสิ่งแวดล้อมอื่นๆที่เหลือมาเพิ่มเติมกันอีกมากมาย เพื่อเป็นแนวทางในการปรับเปลี่ยนลักษณะบ้านให้ถูกสุขลักษณะที่ดีกันนั่นเอง


1. สิ่งแวดล้อมด้านอากาศ (ต่อ)

การระบายอากาศในบ้าน 

บ้านที่เหมาะะสมต่อการอยุ่อาศัย จะต้องมีการระบายอากาศได้ดี ไม่ร้อน มีลมพัดผ่าน อยู่แล้วไม่รู้สึกอัดอัดหรือไม่สบายตัว ในตัวบ้านควรมีกระแสลมไหลเวียนเข้าและออกสะดวก ซึ่งการเข้าออกของกระแสลมควรมีช่องเปิดหรือหน้าต่างที่มีมากกว่า 1 ช่องทาง และถ้าช่องเปิดแยกห่างจากกันมากเท่าไหร่หรืออยู่เป็นแนวทแยงมุม อากาศภายในห้องก็จะถ่ายเทได้ทั่วถึงทั้งห้อง เพราะลมที่เข้ามาใหม่จะกระจายไปทั่วทั้งห้องก่อนที่จะไหลออกอีกทางด้านหนึ่ง และต้องไม่เอาเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งของขนาดใหญ่ตั้งขวางทางลมด้วย สำหรับประเทศไทยแล้ว ทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นทิศที่ลมจะพัดเข้าบ้านได้มากที่สุด


แต่ก็จะได้ไอร้อนของแดดบ่ายพ่วงมาด้วย ดังนั้นช่องเปิดหรือหน้าต่างที่อยู่ทางทิศนี้ควรติดกันสาดและระแนงกันแดด เพื่อช่วยลดความร้อน ยกตัวอย่าง บ้าน 2 หลัง ที่ทำช่องเปิดรับลมเหมือนกัน หลังแรกไม่มีต้นไม้ปลูกรอบๆ บ้านเลยมีแต่พื้นคอนกรีต มีลมพัดเข้าบ้านแต่เป็นลมร้อนตลอดเวลา อีกหลังหนึ่งปลูกต้นไม้ไว้รอบบ้านแต่กลับได้ลมเย็นสบาย สาเหตุเป็นเพราะว่า ตามหลักธรรมชาติของอากาศร้อนแล้ว อากาศร้อนจะลอยขึ้นที่สูงเสมอ ดังนั้นบ้านที่มีต้นไม้ปลูกอยู่รอบบ้าน เมื่ออากาศร้อนลอยขึ้นมา ก็จะถูกต้นไม้ดูดซับเอาไว้ ลมที่พัดเข้ามาในตัวบ้านก็จะไม่มีอากาศร้อนติดมาด้วย ทำให้บ้านเย็นสบายกว่าหลังที่ไม่ได้ปลูกต้นไม้เลย


ติดอุปกรณ์ช่วยระบายอากาศ 

หลายๆ ห้องในบ้านเรามีโอกาสเกิดมลพิษในอากาศสูงอย่างที่เราอาจจะไม่ทันรู้ตัว เช่น ห้องพระที่มีการจุดธูปเทียน ห้องครัวที่ใช้ประกอบอาหาร ห้องเก็บของที่มักจะเก็บสารเคมีต่างๆ ซึ่งตามหลักแล้ว ห้องเหล่านี้จะต้องวางแผนจัดวางพื้นที่มาตั้งแต่เริ่มต้นออกแบบสร้างบ้านแล้ว แต่ในเมื่อบ้านสร้างเสร็จแล้ว จะให้เปลี่ยนแปลงก็อาจจะยุ่งยาก ทางแก้ไขที่พอจะช่วยได้ในระดับหนึ่งก็คือการติดพัดลมดูดอากาศ หรือ hood ดูดควันสำหรับห้องครัวเพื่อช่วยเร่งการระบายอากาศให้ออกจากบ้านให้เร็วที่สุดอีกทางหนึ่ง


6


ลดและป้องกันความชื้นในบ้าน 

วิธีลดและป้องกันความชื้นในบ้านที่ได้ผลดีที่สุดก็คือ การหมั่นเปิดประตูหน้าต่าง เพื่อให้แสงแดดเข้ามาในตัวบ้าน และไล่ความชื้นออกไป เลือกใช้วัสดุตกแต่งบ้านหรือเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่เก็บสะสมความชื้น ระบายอากาศได้ดีอย่างเช่นเฟอร์นิเจอร์ที่ทำความสะอาดได้ง่าย รวมไปถึงชุดเครื่องนอนที่ใช้ในการพักผ่อนควรเลือกในส่วนของที่นอนที่ทำจากยางพารา เพราะนอกจากจะไม่ทำให้ปวดหลังและนอนหลับสบายแล้ว ยังสามารถป้องกันสารที่ก่อให้เกิดไรฝุ่น ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคภูมิแพ้ต่างๆอีกด้วย ส่วนคนที่กำลังจะสร้างบ้านก็อาจจะต้องเพิ่มการปูแผ่นรองกันความชื้นตรงบริเวณที่ตัวอาคารสัมผัสกับพื้นดินอีกชั้นหนึ่งเพื่อลดความชื้นที่มาจากพื้นดิน


หาวิธีจัดการและป้องกันกลิ่น 

ปัญหาเรื่องกลิ่นเป็นมลพิษทางอากาศ มีผลกระทบต่อคนในบ้านและอาจจะรบกวนไปถึงเพื่อนบ้านด้วย ยกตัวอย่างเช่น ห้องน้ำที่มีความชื้นสูงมีโอกาสที่จะเกิดกลิ่นอับ ควรเปิดให้แสงแดดส่องเข้าไปถึงเพื่อไล่ความชื้นและกำจัดกลิ่น การย้ายครัวหนักไปไว้นอกตัวบ้านเพื่อลดปัญหากลิ่นรบกวน หรืออาจจะติด hood ดูดควันจากการประกอบอาหารช่วยก็จะกำจัดหรือบรรเทากลิ่นที่ไม่พึ่งประสงค์อันเกิดจากกิจกรรมในบ้านลงได้ ป้องกันเรื่องกลิ่นไม่พึ่งประสงค์แล้วก็ควรจะเติมกลิ่นที่พึ่งประสงค์หรือกลิ่นที่ช่วยให้เรารู้สึกสบาย ผ่อนคลายด้วยกลิ่นจากดอกไม้หอมๆ ที่ปลูกอยู่ในบริเวณบ้านเข้าไปแทน (หลีกเลี่ยงน้ำหอมระบายอากาศที่มักจะเต็มไปด้วยสารเคมี) ก็จะช่วยให้สมาชิกในบ้านอารมณ์แจ่มใส สุขภาพจิตดีตามไปด้วย


2. สิ่งแวดล้อมด้านแสงสว่าง

เคยสังเกตมั้ยว่า ตัวเองนอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิทถ้าไม่ปิดไฟ ตื่นเช้ามาก็จะมีอาการอิดโรยเหมือนคนนอนไม่พอ ทั้งๆ ที่นอนหลับตลอดคืน เรื่องนี้เป็นผลมาจากแสงสว่างที่ลอดเข้ามาในห้องนอน เนื่องจากธรรมชาติของร่างกายจะถูกตั้งโปรแกรมไว้ว่า หากมีแสงสว่างเกิดขึ้น ร่างกายจะถูกกระตุ้นให้ตื่นตัว แต่ถ้าเมื่อใดที่แสงไฟหรี่ลงหรือมืดลงร่างกายก็จะรู้สึกผ่อนคลายได้มากขึ้น ดังนั้นเพื่อไม่ให้แสงสว่างกลายเป็นปัญหารบกวนเรา

ตอนกลางคืนควรเปิดไฟในส่วนที่จำเป็นและให้ความปลอดภัย เช่น ทางเดิน บันไดหรือในห้องน้ำ


Expansive-bedroom-decorating-ideas-brown-Cork-Throws-Lamp-Bases-Wall-Color-Hudson-Home-Decor-Shabby-Chic-Style-Cotton

image source


เลือกใช้หลอดไฟที่ให้แสงเหลืองนวล (warm white) จะให้ความรู้สึกผ่อนคลายมากกว่าหลอด(cool white)

ช่วงกลางวัน พยายามใช้แสงจากธรรมชาติให้มากที่สุด แต่ถ้าแสงแดดจ้าเกินไปก็ควรจะมีตัวกรองความเข้มของแสงและความร้อนที่มาพร้อมแสงสว่าง เช่น กระจกตัดแสง ระแนงกันแดด เป็นต้น


ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพื่อทำให้บ้านเหมาะสมและน่าอยู่อาศัยยิ่งขึ้นไปอีก ในตอนสุดท้าย ดาร์ลิ่ง มีวิธีการจัดการสิ่งแวดล้อมด้านเสียง และออกแบบบ้านอาคารเพื่อสุขภาพที่ดีมาฝากบอก


ลิขสิทธิ์บทความของ ที่นอน Darling

ผู้จัดจำหน่าย ที่นอนดาร์ลิ่ง เส้นใยอัจฉริยะ Amicor Pure 

วิจัยพัฒนาและจากประเทศอังกฤษ ป้องกันไรฝุ่น แบคทีเรีย และเชื้อรา



Visitors: 255,826
<